Brand portfolio

BRAND PORTFOLIO

I ยุคก่อตั้งแบรนด์พิราบ
1943 – 1957

II ยุคการขยายธุรกิจ
1958 – 1999

คุณแก้ว รัชตสวรรค์ ผู้ก่อตั้งแบรน์นกพิราบในฐานะห้างหุ้นส่วนจำกัด ร่วมหุ้นกับเพื่อน ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เศรษฐกิจไทยอยู่ในสภาวะเงินเฟ้อ การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหยุดชะงัก เพราะต้องใช้แรงงานส่วนใหญ่ของประเทศไปกับกิจกรรมสงครามและความมั่นคง ทำให้สินค้ามีราคาแพง เมื่อสิ้นสุดสงครามโลก ครั้งที่ 2 คุณแก้ว รัชตสวรรค์จึงตัดสินใจขยายธุรกิจอย่างจริงจัง โดยจัดตั้งโรงงานที่วงเวียนใหญ่

คุณแก้วได้แรงบันดาลใจการออกแบบตราสินค้าจากตราสินค้าหนึ่งเป็นรูปนกเกาะกิ่งไม้ จึงเกิดแนวคิดการนำเอานกพิราบมาเป็นตราสินค้าของตน เพราะนกพิราบมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในความหมายที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดสันติภาพ คำว่า “สันติภาพ” จึงถูกใช้เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ฮั่วเพ้งกงสี (แปลว่าสันติภาพ) และใช้คำว่า Peace Brand เป็นส่วนหนึ่งของโลโก้ ร่วมกับนกพิราบสีขาว สัญลักษณ์ถึงสันติภาพในภาวะสงคราม ยืนอยู่บนทุ่งนาที่อุดมสมบูรณ์ ใช้สีเขียวอ่อนเป็นสีส่วนใหญ่ของโลโก้ เพื่อสื่อสารถึงความอุดมสมบูรณ์ของเกษตรกรรมไทย

ในช่วงนั้นสังคมไทยเกิดความขัดแย้งทางการเมือง คุณแก้ว รัชตสวรรค์ จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อตราสินค้าใหม่ จาก Peace Brand เป็น Pigeon Brand เพราะในยุคนั้น ภาครัฐห้ามมีชื่อตราสินค้าที่แสดงนัยยะทางการเมืองและความมั่นคง เช่นคำว่า สันติภาพ นอกจากนั้นแบรนด์นกพิราบยังเปลี่ยนสถานะนิติบุคคล จากห้างหุ้นส่วนจำกัด มาเป็นบริษัท สันติภาพ ฮั่วเพ้ง 1958 จํากัด เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และยังคงใช้ชื่อบริษัทนี้จวบจนถึงปัจจุบัน

1960 – 1982 ถือเป็นช่วงเวลาของการ re-brand ครั้งแรก โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งบริษัท 4 ท่าน ประกอบด้วย คุณแก้ว รัชตสวรรค์ และเพื่อนผู้ถือหุ้น มีการออกแบบโลโก้ใหม่ เพื่อสื่อสารการ re-brand สัญลักษณ์นกพิราบ ถูกออกแบบใหม่ในสไตล์กราฟิกที่มีรายละเอียดน้อย พื้นหลังโลโก้เป็นท้องทุ่งในแนวกราฟิก ที่ลดทอนรายละเอียดต่าง ๆ ลงให้ดูเรียบง่าย เพิ่มสีแดงที่ตัวอักษร pigeon brand เพื่อให้ชื่อแบรนด์มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

การ re-brand ครั้งแรก สืบเนื่องจากเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตอย่างมาก มีแรงงานภาคเกษตรจำนวนมากที่พร้อมขยายธุรกิจด้านเกษตรกรรม มีเงินลงทุนจากทั่วโลกไหลเข้ามาลงทุนมากในประเทศไทย แบรนด์นกพิราบมีการขยายธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์พืชผัก และผลไม้บรรจุกระเป๋าอย่างจริงจัง เพื่อเน้นตลาดส่งออก

ระหว่างปี 1983 – 1989 เป็นช่วงเศรษกิจไทยเริ่มเติบโตอย่างชัดเจน ในช่วงเสรีนิยมใหม่ เงินลงทุนจากต่างชาติที่สามารถลงทุนตรงผ่านสถาบันการเงินทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การส่งออก การลงทุนในประเทศ และการขยายตัวของรายจ่ายในประเทศเติบโต แนวโน้มดังกล่าว ผู้บริหารตัดสินใจขยายธุรกิจ ก่อตั้งโรงงานที่จังหวัดชุมพรในปี 1985 เริ่มต้นอุตสาหกรรมปลากระป๋อง และผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรภาคใต้ และก่อตั้งโรงงานที่จังหวัดเชียงใหม่ปี 1987 ต่อมา เพื่อขยายฐานการผลิตผักกาดดอง พืชผักและผลไม้บรรจุกระป๋อง

กล่าวได้ว่าในช่วงเวลานั้น แบรนด์นกพิราบเริ่มเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น ในฐานะอาหารคู่ครัวไทย ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทอาหาร ผักกาดดองเค็มบรรจุกระป๋อง และรางวัลด้านผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกดีเด่น จากหลายหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง

ระหว่างปี 1990 – 1997 ระบบเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาเชิงลบ จากนโยบายเสรีนิยมใหม่ในการเปิดเสรีการเงิน จนกลายเป็นวิกฤตการณ์เศรษฐกิจการเงินครั้งใหม่ในปี 1997 เรียก “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เริ่มต้นจากประเทศไทย ส่งต่อสู่วิกฤตการณ์ในเอเชีย สร้างปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน เศรษฐกิจหดตัว การส่งออกลดลง ค่าเงินบาทปรับตัวสูงขึ้น ธุรกิจทั่วไปและแบรนด์นกพิราบประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง เนื่องจากสถาบันการเงินในประเทศ เข็มงวดการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ

III ยุคการขยายแบรนด์ Portfolio นกพิราบ
2000 – 2019

2000 มีการออกแบบโลโก้ใหม่เพื่อตอบสนองการ Re-branding ขององค์กรให้มีความปราณีตและเหมือนจริงมากขึ้น ปรับนกพิราบวาดด้วยสไตล์เหมือนจริงที่ประณีต ท้องทุ่งพื้นหลัง ต้นไม้ และท้องฟ้าใช้สีที่ดูสดใสสมจริง คำว่า Pigeon Brand ปรับเป็นฟ้อนสมัยใหม่ เฮลเวทิก้า (Helvetica) ที่ดูสมัยใหม่ เป็นทางการ โครงสร้างสีโลโก้โดยรวม ประกอบด้วยสีเหลือง แดง ฟ้า และเขียว ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของสังคมเกษตรกรรมไทย

นอกจากนั้นยังขยาย Sub-brand นกพิราบคู่ ใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการแข่งขันด้านราคา Sub-brand นกพิราบคู่ในผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง Sub-brand Pigeon ในผลิตภัณฑ์พืชผักผลไม้ ทั้งในตลาดประเทศและตลาดส่งออก รวมทั้ง Sub-brand เจฟูดส์ ในผลิตภัณฑ์พร้อมทาน เป็นต้น

แบรนด์นกพิราบได้สร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมเพื่อสาธารณะต่าง ๆ อาทิ โครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมลูกหลานของเกษตรกรในชุมชน โครงการพัฒนาองค์ความรู้กับเกษตรกร เป็นต้น

ในปี 2015 เป็นต้นมา ผู้นำรุ่นหลาน คุณดลธิดา รัชตสวรรค์ ได้เข้าร่วมในทีมผู้บริหาร เพื่อที่จะสานต่อแบรนด์นกพิราบ สู่ความแข็งแกร่งต่อไป